ผมมันลูกวัวลูกควาย

posted on 11 Jan 2012 17:37 by lamb
 
เมื่อไม่นานมานี้ ได้ทราบเรื่องราวบางอย่างมาจากปากของแม่
 
นั่นคือ.. ตั้งแต่เกิดจนโต ผมไม่เคยได้ทานนมแม่เลยสักหยด...
 
ไม่ใช่เพราะแม่ไม่มีนม (หมายถึงไม่มีน้ำนม ไม่ใช่ไม่มีหน้าอก Money mouth )  
แต่สมัยนั้น แม่ไปผ่าท้องคลอดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว อาม่ากลัวว่าแม่จะเจ็บคัดเต้านม เลยบอกให้หมอฉีดยาหยุดการหลั่งน้ำนม หมอก็ฉีดให้อย่างว่าง่าย แล้วก็แจกนมผงให้กินแทนนมแม่  ไม่รู้ว่าทำไมอาม่าซึ่งเป็นคนบ้านนอกถึงได้รู้เรื่องยาฉีดแบบนั้น? หรืออาจจะเป็นค่านิยมในสมัยนั้นก็ได้?
 
นับเป็นเรื่องที่สะเทือนจิตใจนิดๆ อยู่เหมือนกัน ที่ตัวผมไม่เคยได้สัมผัสนมแม่เลย... Tongue out 
 
ถ้าได้กินนมแม่ ผมอาจจะมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่านี้ และมีหน้าตาดีกว่านี้ก็เป็นได้ (อันหลังคงไม่เกี่ยว Undecided)
 
ตลอดชีวิตนี้ได้กินแต่นมวัว งั้นเราก็เป็นลูกวัวลูกควายสินะ เหอๆๆ เศร้า... T^T
 
 
 
 
 
เรื่องราวยังไม่จบ Cry
 
เมื่ออาทิตย์ก่อน ได้อ่านกระทู้แนะนำห้องชานเรือนก็ถึงบางอ้อ พอเข้าใจสาเหตุว่าทำไมอาม่าและแม่ผมถึงทำเช่นนั้น
 
เป็นกระทู้แนะนำเกี่ยวกับการตลาดอันแสนแยบยลของบริษัทขายนมผง และการรณรงค์หลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก (CODE)
 
 
เนื้อความโดยสรุปก็คือ - บริษัทนมผงมีการตลาดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะการโฆษณา การใช้เซลล์เข้าไปแนะนำการเลี้ยงดูลูกให้กับแม่ การแจกนมผงฟรีในโรงพยาบาล รวมถึงการให้คอมมิชชั่นกับบุคลากรทางการแพทย์ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่านมผงมีประโยชน์เทียบเท่ากับนมแม่
 
อีกทั้งการรับนมผงที่แจกตามโรงพยาบาล-สถานีอนามัยไปทดลองเลี้ยงลูก กว่านมผงจะหมดกระป๋อง ก็เป็นระยะเวลานานพอที่จะทำให้ต่อมน้ำนมเลิกผลิตน้ำนม จนต้องกลับมาซื้อนมผงกลับไปใช้อีก (บ้างก็ติดใจความสะดวกสบายของนมผง)
 
ด้วยผลกระทบดังกล่าวนี้ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อป้องกันบริษัทอาหารเด็กและทารกเข้ามาวุ่นวาย และส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวใน 6 เดือนแรก
 
---------------------------------------------------
 
 
อ่านกระทู้เสร็จก็วิ่งแจ้นกลับไปซักไซ้ถึงรายละเอียดจากแม่อีกรอบ Undecided
 
สรุปว่าตอนแม่คลอดพี่สาวกับตัวผม ไปคลอดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว อาม่าซึ่งน่าจะได้ความรู้ผิดๆ มาจากสถานีอนามัยใกล้บ้านจึงขอให้หมอฉีดยาหยุดการหลั่งน้ำนม หมอก็ฉีดให้ และแถมนมผง S-26 กลับมาฟรีอีกต่างหาก (จำไว้เลยนมผงยี่ห้อนี้ แง่งๆ Yell ) 
 
แต่ตอนแม่คลอดน้องสาว ไปคลอดที่ศิริราช อาม่าก็จัดแจงบอกหมอให้ฉีดยาเหมือนเดิม ทว่า... หมอปฏิเสธไม่ฉีดให้ครับ และยังสนับสนุนให้กินนมแม่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนอีกต่างหาก น้องสาวผมเลยรอดจากการเป็นลูกวัวลูกควายไปหนึ่งคน
 
ต้องขอขอบคุณบุคลากรโรงพยาบาลศิริราชที่ไม่ตกอยู่ในอำนาจของบริษัทนมผง และยังให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่แม่ นับเป็นโรงพยาบาลเพื่อปวงชนโดยแท้  สาธุๆ -/\-
 
 
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนรักแม่มากๆ...
การอุ้มท้อง ให้นม และเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมา 1 คน เป็นเรื่องลำบากแสนสาหัส ยิ่งแม่ของผมเป็น single mom ก็ไม่รู้ว่าอดทนเลี้ยงดูลูกมาได้ไงตั้ง 3 ตัว  
 
รักแม่ให้มากๆ ดูแลท่านให้ดีเสียวันนี้ก่อนที่จะสายเกินไปครับ...
 
 
 
 
จากกันไปด้วยเพลงนี้... ฟังแล้วซึ้ง
ยิ่งอ่านความเห็นแรกของ VDO นี้แล้วทำเอาน้ำตาซึม ; ;

 
 
 
 
ปล. จริงๆ กะจะทำให้เสร็จทันวันแม่ แต่ก็เลยมาจนปีใหม่จนได้ เหอะๆๆ
ปล.2 ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ได้ขึ้น Hot เพื่อกระจายความรู้ให้เท่าทันกลโกงของพวกบริษัทเหล่านี้ จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อแบบผม Tongue out
 
 
 


 
ก็อกน้ำที่บ้านมีอาการหยดติ๋งๆ บิดแน่นสุดแรงก็ยังไม่สนิท เชื่อว่าหลายคนคงเจอก็อกน้ำอาการแบบนี้ไม่มากก็น้อย ตอนแรกว่าจะเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด แต่ด้วยความงกเป็นสันดาน เลยไปล้วงแคะแกะเกาซ่อมเองแบบบ้านๆ Smile
 
 
 
ก็อกน้ำแบบราคาถูกมีขายดาษดื่นทั่วไป ไม่ใช่แบบบอลวาว์ล หรือแบบเซรามิควาว์ล Cry
 
 
ขั้นแรก ปิดระบบน้ำก่อน ถ้าบ้านที่สร้างใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะมี stop valve อยู่ใต้อ่าง
ไม่ต้องลำบากลำบนวิ่งไปปิดท่อน้ำหลักนอกบ้าน
 
 
ขั้นสอง หมุนเปิดก็อกขึ้นให้สุดเพื่อคลายเกลียว
เพื่อลดแรงตึงตอนขันด้วยประแจ และเพื่อทดสอบว่าน้ำยังไหลในระบบรึเปล่า
 
 
ใช้ไขขวงแบนล้วงแคะแกะฝาปิดด้านบน
บางรุ่นก็ฝาเล็ก บางรุ่นก็ฝาใหญ่แตกต่างกันไป Undecided
 
 
ผ่าง!! เปิดมาก็จะเห็นสกรู 1 ตัวนอนยั่วยวนอยู่ 
 
 
ไม่ต้องยับยั้งชั่งใจ ใช้ไขควงดุ้นดำยาวแทงฉึกเข้าไป!! แล้วก็หมุนๆๆ @_@
 
 
เท่านี้น้องก็อกก็เปลือยท่อนบนให้เราได้ชม Cry
 
 

แต่เท่านี้ยังไม่สาแก่ใจ...
ไอ้หนุ่มวัยกำดัดคว้าประแจมาทำวิตถารปู้ยี่ปู้ยำควงสว่านรอบตัวน้องก็อก
หมายมั่นจะกระทำการให้เสร็จสมอารมณ์หมาย    
 
หึหึหึ... แค่น็อตชิ้นเดียวกันพี่ไม่ได้หรอกนะจ้ะ... 
 
 
 
ไม่ช้าไม่นาน น้อง(เครื่องใน)ก๊อกก็ออกมานอนเปลือยเปล่าโชว์เครื่องเคราให้คนทั้งโลกเห็น 
 
 
 
เหตุการณ์วิตถารยังคงดำเนินต่อไป.. ไอ้หนุ่มกลัดมันปรี่เข้าไปจับน้องนางกลับหัวกลับหางด้วยท่าพิสดาร แล้วใช้ของแข็งยัดเยียดลงไปในช่องแคบของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
 
ยิ่งลงลึก ก็ยิ่งฝืดและยิ่งแน่นจนแทบขยับไม่ได้ ทว่า...ไอ้หนุ่มกลัดมันกลับยิ่งเร่งเร้าขยับลึกลงไปอย่างไม่ย่อท้อ พร้อมสบถออกมาอย่างพอใจ
 
"หึหึ ให้ตายเถิด อายุป่านนี้แล้วก็ยังฟิตเปรี๊ยะมากเลยนะน้อง"
 
ช่วงเวลาอันเลวร้ายยังคงดำเนินต่อไปอย่างเนิ่นนาน ราวโลกนี้กำลังหมุนช้าลงจนเวลาแทบไม่ขยับ
 
จนกระทั่ง...
 
....
 
..
 
จขบ.หมดมุกจะเขียนแล้ว... เลยเริ่มหันมาบรรยายแบบปกติ q(- - )p 
 
เอาเป็นว่า ที่ก๊อกเริ่มปิดไม่สนิทเนื่องมาจากยางซีลด้านในเริ่มสึกหรือขาดนั่นเอง ยางซีลด้านในจะมีลักษณะเป็นแท่งยาว ตรงปลายหัวบานออกเป็นแผ่นเหมือนดอกเห็ด ด้านโคนจะเสียบอยู่กับส่วนหมุนของก๊อก จึงต้องล้วงควักออกมาทั้งชุดเพื่อเปลี่ยนใหม่ โดยผมพยายามคีบแท่งยางซีลออกมาจากรูโดยใช้คีมคีบ (forceps) ซึ่งมันก็แน่นพอควรทีเดียว ท่านอาจจะใช้ตะปู หรือแท่งแหลมงัดออกมาก็ได้
 
 
จากนั้นก็ล้วงควานหาส่วนปลายทีขาดออกมาและติดค้างในตัวก็อก
 
 
นอกจากนี้มักจะมีแหวนโลหะที่สวมกับแท่งยางซีลเพื่อเสริมความแข็งแรงด้วย
ควานออกมาให้หมด Cry
 
 
ล้วงควักออกมาจนครบชุดแล้ว แฮ่กๆ Undecided
 
 
เอาตัวอย่างไปเทียบตามร้านฮาร์ดแวร์ให้ขนาดใกล้ที่สุด ใหญ่กว่าได้ แต่อย่าให้เล็กกว่า
 
 
เทียบความยาวส่วนแท่งแล้ว ยาวและใหญ่เกินกว่าน้องก๊อกจะรับได้เลยต้องตัดและเหลาแท่งเล็กน้อย
 
 
สำเร็จ!!
 
 
สวมแหวนลงไป
 
 
แล้วก็ได้เวลาขืนใจน้องก็อกอีกรอบ... แท่งที่ดีควรฟิตแน่นและใช้กำลังข่มขืนเล็กน้อย
แต่ถ้าเข้าไปควงสว่านตีลังกาในตัวน้องก๊อกได้ อันนี้ไม่ดีๆ น้องก๊อกจะไม่รู้สึกอะไร...
 
 
รวมร่างเรียบร้อย!!
 
 
นำน้องก๊อกไปสอดใส่ในรูใหญ่ตามเดิมแล้วก็ขันประแจ ไขน็อต ปิดฝา เปิดวาว์ลน้ำ
ทำย้อนขั้นตอนกลับไป 
 


แฮ่!! เรียบร้อย!! น้องก๊อกดีใจจนน้ำไหลเป็นสายเชียว Undecided
 
 
 
 
 
 
 
ติดเรทกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว...
 
 
 
 
ชื่อร้าน : Kinjo Okinawa  (คินโจ โอคินาวา)
สถานที่ : ซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยประมาณ 100 เมตร (คลิ๊กเพื่อดูแผนที่)
เวลาทำการ : อังคาร - อาทิตย์ 11:30 - 14:30, 17:00 - 23:00 (หยุดวันจันทร์)
โทรศัพท์ : 02-711-0536
เว็บไซต์ : http://www.facebook.com/kinjo.okinawa 

หมายเหตุ - ราคาอาหารยังไม่รวม Vat 7% แต่ทางร้านจะขอคิดภาษีเพิ่มเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น 17:00 - 23:00
 
 
"คินโจ" ร้านอาหารท้องถิ่นโอคินาวาหนึ่งเดียวในเมืองไทย ดำเนินการโดยเถ้าแก่ชาวเกาะโอคินาวา มาเปิดบริการความแซ่บแบบต้นตำรับให้แก่ชาวกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2008 Cool
 
อาหารเด่นของร้าน ก็ได้แก่พวกหมูตุ๋นโอคินาวาที่ตุ๋นกันจนนิ่ม ผัดมะระ ผัดบวบ เต้าหู้ และมีการใช้เครื่องเทศเฉพาะถิ่นด้วย
 
 
 
ใต้ฟ้าเมืองไทยมีเพียงหนึ่ง!!
 
 
 
ชั้นล่างเป็นโต๊ะขนาดเล็ก เหมาะกับลูกค้าที่มา 4-5 คน
 
 
 
 
 
 
ชั้นบนเป็นโต๊ะนั่งพื้น สามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ เหมาะแก่การเฮฮาปาร์ตี้ยิ่งนัก
เสียแต่ว่า... ชั้นนี้เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่  Undecided
 
 
 
น่ารักเชียว
 
 
 
 
 
 
เมนูมีภาษาไทยกำกับ แบ่งสองส่วนคือเมนูโซบะ และเมนูอาหารทั่วไป
 
 
 
 
เมนูโซบะจะมีเส้นให้เลือก 3 แบบ 1) เส้นโซบะแบน 2) เส้นกลม 3) เส้นโซบะสดใส่ไข่ สามารถเปลี่ยนเส้นได้ (ยกเว้นบางเมนู) น้ำซุปที่ใช้เป็นแบบน้ำซุปเกลือ ใสๆ สดชื่นไม่เลี่ยน รสชาติกำลังดี แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม โซบะชามเล็ก 80 ชามใหญ่ 130-160
 
 
 
 
ศิลปะการกินโซบะต้องซดดังๆ ตอนที่ยังร้อนๆ แล้วจะได้รสชาติ!!

เนื่องจากเส้นของทางร้านลวกแบบ Al dente (นุ่มนอกแต่หนึบใน) ทว่าคนไทยส่วนใหญ่กลัวร้อนเลยค่อยๆ ซดจนปล่อยให้เส้นเย็นอืดดดด ดังนั้นควรลองซดดังๆ ตอนร้อนๆ แบบไม่ต้องเกรงใจใคร!! (เขาว่าไว้เช่นนี้แล)
 
ซึ่งลองกินดูแล้ว ร้านนี้ก็ลวกเส้นได้ดังว่าจริงๆ เวลากินจะหนึบหนับสู้ฟันมาก Wink
 
 
 
ชาบาเลย์ฟรี มีทั้งร้อนเย็น
 
 
 
ผัดมะระกับเต้าหู้และเนื้อหมู (Goya Champuruu)
 
เมนูนี้เคยเห็นครั้งแรกในรายการเชฟกระทะเหล็ก ปกติผัดมะระของไทยจะใส่เฉพาะไข่ แต่ในรายการใส่ทั้งเบค่อนและเต้าหู้ เลยบอกให้แม่ลองทำตาม ปรากฏว่าอร่อยถูกใจมาก Wink  เลยต้องลองตามมากินต้นตำรับดูว่าจะเป็นอย่างไร
 
 
 
มะระมีฤทธิ์เย็น (หยิน) ช่วยดับร้อนได้ดี ถือเป็นของขึ้นชื่อของโอคินาวาซึ่งเป็นเมืองร้อน 
 
 
 
 
 
 
เต้าหู้กับหมึกร้าใส่น้ำหมึก อาหารแปลก วัตถุดิบส่งตรงจากโอคินาวา
โดยส่วนตัวกินปลาร้าได้อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหา แต่เพื่อนๆ ไม่มีใครกล้ากิน -.-
 
 
 
โครอกเกะ อร่อยดี
 
 
 
ผัดสาหร่ายคอมบุใส่หมู (Kubu Irichii) รสหวาน
 
 
 
 
 
 
ทงคัทซึหมูดำ หนานุ่ม
 
 
 
เกี๊ยวซ่า ไส้อวบอ้วนมากๆ แต่ไม่ทันได้ชิม (แย่งไม่ทัน)
 
 
 
โซบะผัดน้ำหมึก (Ikasumi Yakisoba) หวานน้ำหมึก กลมกล่อมมาก แนะนำให้ลอง Smile
 
 
 
โซบะกระดูกหมูตุ๋น (Soki Soba)
 
 
 
โซบะกระดูกอ่อนตุ๋น (Nankotsu Soba)
 
 
 
เมนูประจำร้าน โอคินาวาโซบะ (Okinawa Soba) ใส่หมูสามชั้นตุ๋น
 
 
 
หมูสามชั้นตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม แค่เอาตะเกียบคีบเบาๆ ก็ขาดแล้วครับ
 
 
 
โซบะยาเอะยามะ (Yaeyama Soba) ใช้เส้นกลม หนึบหนับดีครับ
 
 
 
ใส่หมูสามชั้นและฮื่อก้วยหั่นยาว ไม่ใส่ขิงดอง
 
 
 
โซบะเย็นโอคินาวา (Hiyashi Okinawa Soba)
 
 
 
โซบะปริศนา (Miyako Uyaki Soba)
 
 
 
เหมือนถูกหลอกว่าเป็นโซบะเปล่า แต่มันมีความลับซ่อนอยู่!!
 
 
 
โคเรกูสสสส~~~
 
Koureigusu (コーレーグス) เป็นเครื่องปรุงที่มีต้นกำเนิดจากโอคินาวา ทำจากพริกแดงดองเหล้าอาวาโมริ (แต่ในขวดดองจนสีซีดหมดแล้ว Foot in mouth ) รสชาติเผ็ดร้อนสุดๆ ลองชิมเปล่าๆ แล้วเหมือนกินว้อดก้าปั่นกับพริกกะเหรี่ยงเหยาะน้ำส้มสายชู Undecided
 
อย่างไรก็ตามแนะนำให้เหยาะเล็กน้อยลงไปในโซบะ จะช่วยให้รสอร่อยขึ้นมาก มาถึงโอคินาว่าแล้วถ้าไม่ลอง Koureigusu แสดงว่ายังไม่ถึงร้านนี้นะเธอว์~~
 
หรือจะกินต่างเหล้าก็ไม่ใครว่า... ถ้าไม่กลัวเผ็ดตายก่อนเมา...
 
 
 
ข้าวปั้นโอคินาวา
 
 
 
ไส้หมูตุ๋นหวานๆ เค็มๆ
 
 
 
ทาโก้ไรส์ ข้าวราดหน้าด้วยทาโก้ กลิ่นเครื่องเทศเยอะมาก
ถ้าใส่ซอสพริกหรือซอสโทบาสโก้จะแซ่บเพิ่มขึ้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันอังคารทั้งวัน และช่วงกลางวันของทุกวัน มีโปรโมชั่นน้ำยอดข้าว
แบบแก้ว 80 >> 50 ฿  แบบเหยือก 210 >> 165 ฿
 
 
นอกจากนี้ ทุกวันพุธมีโปรโมชั่นลดราคา "อาวาโมริ" เหล้าท้องถิ่นของชาวโอคินาวา ซึ่งเป็นญาติสนิทแนบแน่นกับเหล้าขาวแดนสยามของไทยเรานี่เอง วัตถุดิบก็ใช้ข้าวจากไทย บ้านพี่เมืองน้องกันแบบนี้ มันต้องตำจอก~~~ Undecided
 
 
 
จากแก้ว...
 
 
 
สู่เหยือก....
 
 
เอิ้กส์~~~ Undecided
 
 
 
อันนี้พริกไทยโอคินาวา (Pipatsu) หรือ "ดีปลี" นั่นเอง
มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เห็นว่าต้องใส่คู่กับยะเอะยะมะโซบะ
 
 
 
สำหรับผู้ที่กด Like ใน Facebook ทางร้านมอบบัตรลดค่าอาหาร 10% ให้นะเออ
 
 
 
 
ความคิดเห็นส่วนตัว
  • เส้นอร่อย ลวกกำลังดี -.-
  • ซุปอร่อยแบบใสๆ รสเกลือธรรมชาติ
  • โซบะไซส์ใหญ่กินแล้วไม่ค่อยอิ่มมากนัก สั่งเป็นชุดน่าจะคุ้มกว่า
  • โปรโมชั่นแอลกอฮอล์เยอะดี (ฮา)
  • ไม่ค่อยเข้าใจการคิด Vat ทำไมถึงคิดเป็นเวลาได้ด้วย Foot in mouth
 
ข้อมูลเพิ่มเติม
 
 

edit @ 5 Oct 2011 16:42:07 by Little Lamb

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...